โรงเรียนบ้านเปียงซ้อ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
หัวข้อ
หน้าแรก
บทความ
ดาวน์โหลด
ถามตอบ
กระดานข่าว
สมุดเยี่ยม
ข่าวสาร
ติดต่อเรา
อัลบั้มรูปภาพ
ค้นหา
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สมุดเยี่ยม
การบริหารเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน
บทความล่าสุด
เป้าหมาย 3 ปี...ที่เ...
ผู้ใช้งานตอนนี้
บุคคลทั่วไป: 4
ไม่มีสมาชิกออนไลน์

จำนวนสมาชิก: 97
ยังไม่ยืนยัน: 0
สมาชิกคนล่าสุด: nudee
ล็อกอิน
ชื่อ

รหัสผ่าน



ถ้าคุณไม่ใช่สมาชิก
สมัครที่นี่

ถ้าลืมรหัสผ่าน
สามารถขอใหม่ได้ที่นี่.
แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2550-2559)
๑. เป้าหมายสูงสุด
ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี ได้กำหนดเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาไว้ดังนี้
“เด็กและเยาวชน มีโภชนาการดี สุขภาพแข็งแรง ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสัตย์ ประหยัด และอดทน มีความรู้
และทักษะทางวิชาการและการอาชีพเพื่อเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต รักและหวงแหนทรัพยากร
ธรรมชาติ ภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและ
ประเทศชาติได้”
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารได้รับโอกาสในการพัฒนา และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ตามเป้าหมายสูงสุด อันจะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงได้กำหนดวัตถุประสงค์ของแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๙ ไว้ดังนี้
วัตถุประสงค์ที่ ๑ ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยของเด็กและเยาวชนเริ่มตั้งแต่ในครรภ์มารดา
วัตถุประสงค์ที่ ๒ ส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน
วัตถุประสงค์ที่ ๓ เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการเรียนรู้ทางวิชาการ
วัตถุประสงค์ที่ ๔ เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนทางการอาชีพ
วัตถุประสงค์ที่ ๕ ปลูกฝังจิตสำนึกและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
วัตถุประสงค์ที่ ๖ เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์และสืบทอด
วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

๓. กลุ่มประชากรและพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนา
๓.๑ กลุ่มประชากรเป้าหมาย ได้แก่
(๑) เด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา จนถึงเยาวชนในวัยศึกษาเล่าเรียน ทั้งที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลการคมนาคม หรืออยู่ในที่ที่มีสภาวะยากลำบากขาดแคลน หรือในที่ประสบปัญหาภัยพิบัติต่างๆ หรือที่อยู่ในสภาวะที่ทำให้ได้รับโอกาสไม่เท่ากับเด็กปกติโดยทั่วไป
(๒) เด็กและเยาวชนอื่นๆ ตามพระราชประสงค์
๓.๒ พื้นที่เป้าหมาย ประกอบไปด้วย
(๑) โรงเรียนในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
(๒) โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(๓) ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
(๔) โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม๔ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
(๕) โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
(๖) หมู่บ้านในเขตบริการการศึกษาของสถานศึกษาข้างต้น
(๗) พื้นที่อื่นๆ ตามพระราชประสงค์
๔. เป้าหมายและกรอบการดำเนินงานแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ ๔ นี้ได้กำหนดเป้าหมายและกรอบการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ทั้ง ๖ ข้อ ไว้ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ที่ ๑ ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยของเด็กและเยาวชนเริ่มตั้งแต่ในครรภ์มารดา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงตระหนักถึงความสำคัญของการดูแล
ภาวะโภชนาการของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์และเด็กแรกเกิดซึ่งเป็นช่วงวิกฤตที่สุดในวงจรชีวิต การขาดสารอาหารของแม่ที่ตั้งครรภ์จะส่งผลทำให้เด็กในครรภ์และเด็กแรกเกิดมีภาวะโภชนาการบกพร่อง ดังจะเห็นได้จาก น้ำหนักแรกคลอดของเด็กจะต่ำกว่า ๒,๕๐๐ กรัม เด็กเจริญเติบโตและมีพัฒนาการชะงักงันรวมทั้งความสามารถในการเรียนรู้ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเสียชีวิตสูง เป็นเด็กแคระแกร็น น้ำหนักตัวน้อย เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ก็จะเป็นหนุ่มสาวที่ขาดอาหาร เป็นแม่ตั้งครรภ์ที่น้ำหนักตัวน้อยส่งผลให้เด็กในครรภ์ขาดอาหารต่อไป และในปัจจุบันจากรายงานเชิงระบาดวิทยาพบว่า การมีน้ำหนักแรกคลอดต่ำ (low birth weight) ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคอ้วนและโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรังที่กลายเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ในการดูแลเด็กที่ขาดสารอาหารโดยมุ่งเน้นที่เฉพาะการเพิ่มน้ำหนักเพื่อให้ได้เกณฑ์น้ำหนักตัว โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มส่วนสูง อาจทำให้พบเด็กที่มีการขาดสารอาหารอย่างเรื้อรัง ที่เตี้ยแล้วอาจกลายเป็นโรคอ้วนด้วยกรณีดังกล่าวยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการแก้ไขปัญหาด้านหนึ่งแต่ก่อให้เกิดปัญหาอีกด้านหนึ่ง การมองปัญหาโภชนาการของเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารในอนาคตจึงควรมองทั้งสองด้าน คือทั้งด้านขาดและเกิน อันจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม
นอกจากปัญหาโภชนาการแล้ว ในบางพื้นที่ตามแนวชายแดนที่เป็นพื้นที่เสี่ยง เด็กและเยาวชน
รวมทั้งประชาชน ต้องประสบกับการเจ็บป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิตด้วยโรคติดต่อที่สำคัญ เช่น โรคมาลาเรีย เป็นต้น พื้นที่เหล่านี้หลายแห่งบริการของรัฐยังเข้าไม่ถึง ดังนั้นแนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาจึงพยายามให้บุคลากรครูที่อยู่ประจำในพื้นที่ ทำหน้าที่ให้บริการแก่ผู้ป่วยเบื้องต้น เป็นการเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงและป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้
เป้าหมาย
๑. เด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดาทุกคนได้รับบริการเบื้องต้นจนเกิดรอดปลอดภัย
๒. เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการส่งเสริมด้านโภชนาการและมีพัฒนาการตามวัย
๓. เด็กทุกคนได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการและถูกสุขลักษณะ และได้ดื่มนม
อย่างน้อยวันละ ๑ แก้ว ทุกวันเรียน
๔. เด็กทุกคนมีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐานของเด็กไทย และมีสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์
๕. ลดอัตราคอพอกในนักเรียนประถมศึกษาลงจนไม่เป็นปัญหาสาธารณสุข
๖. ลดอัตราป่วยด้วยโรคมาลาเรียและโรคหนอนพยาธิในนักเรียนลงจนไม่เป็นปัญหาสาธารณสุข
๗. เด็กและเยาวชนทุกคนมีพฤติกรรมในการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสม
๘. เด็กและเยาวชนทุกคนมีสุขนิสัยที่พึงประสงค์
๙. นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เป็นต้นไปได้รับการเตรียมความพร้อมในการ
เป็นพ่อและแม่ที่ดี

กรอบการดำเนินงาน
๑. ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดบริการเบื้องต้นในการดูแลเด็กตั้งแต่ในครรภ์
มารดา และจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเด็กวัยเตาะแตะควบคู่กับการบริการการศึกษาใน
โรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมของเด็กก่อนเข้าโรงเรียน
๒. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนพัฒนาศักยภาพของตนเองในการดูแลเด็กตั้งแต่ในครรภ์
มารดา และการพัฒนาสภาวะแวดล้อมภายในชุมชนที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี
๓. พัฒนาวิธีการจัดกิจกรรมของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเด็กวัยเตาะแตะและชั้นอนุบาล เพื่อ
ให้เด็กปฐมวัยสามารถเจริญเติบโตและมีพัฒนาการได้เต็มศักยภาพ
๔. จัดบริการอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการและสะอาดถูกสุขลักษณะ และอาหาร
เสริมนม เพื่อให้เด็กได้พัฒนาแบบแผนการบริโภคอาหารที่พึงประสงค์ตามหลักโภชนาการ
และสุขนิสัยที่พึงปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหาร
๕. ส่งเสริมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงอาหาร
๖. พัฒนาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี
๗. ส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ
๘. พัฒนาระบบเฝ้าระวังทางโภชนาการให้มีประสิทธิภาพ
๙. จัดบริการตรวจวินิจฉัยโรคมาลาเรียและโรคหนอนพยาธิและให้การรักษาเบื้องต้น และ
จัดกระบวนการเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อโดยการร่วมมือของชุมชน
๑๐. จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นปัจจัยเอื้อต่อการมีสุขภาพดี
ในเรื่องสุขบัญญัติ โภชนบัญญัติ สุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อม การออกกำลังกายและ
การกีฬาที่เหมาะสม สุขภาวะทางจิต โรคโภชนาการ เช่น โรคขาดโปรตีนและพลังงาน
โรคขาดสารไอโอดีน โรคขาดวิตามินเอ โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โรคอ้วน และ
โรคติดต่อที่สำคัญในท้องถิ่น เช่น โรคมาลาเรีย โรคหนอนพยาธิ เป็นต้น
๑๑. พัฒนาการจัดการเรียนการสอน เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพแม่และเด็กให้เหมาะสมกับ
บริบทของชุมชน และเหมาะสมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖ และนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความตระหนักในเรื่องการมี
ครอบครัวที่เป็นสุขและการสร้างสังคมที่ดี
วัตถุประสงค์ที่ ๒ ส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน
นอกจากการเตรียมเด็กและเยาวชนในด้านโภชนาการและสุขภาพแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราช-
สุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเห็นว่า เด็กและเยาวชนทุกคนควรได้รับการศึกษา เพราะนอกจากจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรจะได้รับอย่างเท่าเทียมกันแล้ว การศึกษายังเป็นกระบวนการที่ทำให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง เป็นคนมีคุณภาพของครอบครัวและสังคมส่วนรวม แม้หน่วยงานทางการศึกษาได้พยายามจัดบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทั่วถึงและสนองต่อวิถีชีวิตและความต้องการของเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสซึ่งครอบคลุมกลุ่มที่ยากจน กลุ่มที่อยู่ห่างไกลไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ กลุ่มที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย กลุ่มพิการหรือมีความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ นอกจากนี้กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ ก็ยังขาดบุคลากรที่เชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอน ทำให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้ไม่ได้โอกาสในการพัฒนาเรียนรู้เต็มตามศักยภาพของตนเอง ดังนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีจึงพระราชทานความช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดการศึกษาในรูปแบบต่างๆ ให้ครอบคลุมเด็กและเยาวชนกลุ่มต่างๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีโอกาสและความเสมอภาคที่จะพัฒนาตนเองเต็มตามศักยภาพ เติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติได้
สำหรับเด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งเมื่อจบการศึกษาภาคบังคับแต่ไม่มีโอกาสศึกษาต่อในระดับสูง
อาจเนื่องมาจากครอบครัวมีฐานะยากจน และในชุมชนไม่มีโรงเรียนที่เปิดสอนในระดับสูง ก็ยังได้รับ
โอกาสทางการศึกษาเพิ่มขึ้น โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานทุน
การศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนเหล่านั้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเหล่านี้ได้มีโอกาสศึกษาต่อ
ในระดับสูงขึ้นจนสุดศักยภาพของแต่ละคน และสามารถพัฒนาตนเองเป็นคนมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น
ของประเทศชาติต่อไป
เป้าหมาย
๑. เด็กและเยาวชนด้อยโอกาสมีโอกาสเข้าถึงและได้รับบริการทางการศึกษาในรูปแบบที่
เหมาะสมเพิ่มขึ้น
๒. อัตราการเรียนต่อของนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ในแต่ละระดับการศึกษาเพิ่มขึ้น
กรอบการดำเนินงาน
๑. สนับสนุนการจัดตั้งสถานศึกษาหลากหลายรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชุมชน
พัฒนาปรับปรุงอาคารให้มีจำนวนเพียงพอกับจำนวนเด็กและมีความปลอดภัย พร้อมทั้ง
สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งบุคลากรเพื่อให้สามารถจัดการศึกษาได้
๒. ส่งเสริมการพัฒนาโรงเรียนเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
๓. ส่งเสริมการจัดกิจกรรมแนะแนวและส่งเสริมการเรียนต่อ
๔. ส่งเสริมการจัดการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสมแก่เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย
สติปัญญาและอารมณ์
๕. พัฒนางานนักเรียนในพระราชานุเคราะห์
๕.๑ พัฒนาระบบคัดเลือกให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็ว
๕.๒ ส่งเสริมการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและสร้างภาวะผู้นำของ
นักเรียนในพระราชานุเคราะห์
๕.๓ พัฒนาศักยภาพของเครือข่ายในการดูแลเป็นพี่เลี้ยง และให้คำปรึกษาแก่นักเรียนใน
พระราชานุเคราะห์ในพื้นที่ต่างๆ

วัตถุประสงค์ที่ ๓ เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการเรียนรู้ทางวิชาการ
ความรู้ความสามารถทางวิชาการเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กและเยาวชนทุกคน ทั้งภาษา
ไทย ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติ ตลอดจนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้การก้าวเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ทำให้การติดต่อสื่อสาร การแสวงหาข้อมูลข่าวสาร และการเรียนรู้กว้างขวางยิ่งขึ้น จึงทำให้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ เป็นวิชาที่จำเป็นเพิ่มขึ้นมา ความรู้ในวิชาการเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสติปัญญา ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ดำรงชีวิตด้วยตนเอง เป็นที่พึ่งของชุมชนและสังคมต่อไปได้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ผ่านมา พบว่าเด็กและเยาวชนยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็ม
ศักยภาพ ทั้งนี้เนื่องมาจากปัจจัยหลายๆ ด้าน ทั้งจำนวนครูที่ไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน โดยเฉพาะ
ในท้องถิ่นห่างไกล ข้อจำกัดในเรื่องความรู้ความสามารถของครู วิธีการเรียนการสอน อุปกรณ์และสื่อ
การเรียนการสอน ในหลายๆ พื้นที่การสนับสนุนจากพ่อแม่ ผู้ปกครองก็ไม่สามารถทำได้เต็มที่ เนื่องจากพ่อแม่ ผู้ปกครองเองยังมีการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงมากนัก เหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่ง
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตระหนักถึงปัจจัยดังกล่าว และมี
พระราชประสงค์ที่จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกันและส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้ด้วยการใช้ สุ จิ ปุ ลิ ซึ่งเป็นหลักการดั้งเดิมที่สามารถปรับใช้ได้อย่างสอดคล้องกับทุกยุคสมัย
เป้าหมาย
๑. เด็กและเยาวชนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นในวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น
กรอบการดำเนินงาน
๑. เพิ่มพูนทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นกระบวนการให้แก่ครูผู้สอน
ในวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ
๒. ส่งเสริมการใช้สื่อการเรียนการสอนที่หลากหลาย และเหมาะสมกับสภาพปัญหา
๓. พัฒนาห้องสมุดให้ได้มาตรฐานสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยของเด็กและชุมชน และ
จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะของเด็กนักเรียนในด้านการอ่าน การค้นคว้า
๔. พัฒนาห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ให้ได้มาตรฐาน สอดคล้องกับเนื้อหาในหลักสูตร
เพื่อพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชนในกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
๕. ส่งเสริมการใช้สารานุกรมสำหรับเยาวชนตามพระราชประสงค์เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก
๖. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามความพร้อมของแต่ละสถานศึกษา
๗. จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะของเด็กนักเรียน ในการศึกษาค้นคว้าจากแหล่ง
เรียนรู้นอกโรงเรียน เช่น วัด มัสยิด พิพิธภัณฑ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น

วัตถุประสงค์ที่ ๔ เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนทางการอาชีพ
พื้นฐานดั้งเดิมของสังคมไทยคือเกษตรกรรม และถือว่าเป็นอาชีพหลักของประชาชนส่วนใหญ่ที่
อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท พื้นที่ทุรกันดารห่างไกล การเกษตรจึงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ดีงาม แต่การ
พัฒนาที่ผ่านมาส่งผลทำให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่มีทักษะและความชำนาญทางการเกษตรลดลง
มีทัศนคติว่าเป็นงานหนักเหน็ดเหนื่อย รายได้ไม่คุ้มการลงทุน ทำให้ขาดความสนใจในงานการเกษตร
นอกจากนี้การทำเกษตรที่ผ่านมา ทำให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลงจนถึงขาดแคลน ระบบนิเวศเสียสมดุล แหล่งอาหารทางธรรมชาติลดลง หรือแม้กระทั่งมีสารเคมีตกค้างและปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหารจนเป็นอันตรายถึงชีวิต วิถีการดำรงชีวิตพร้อมกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ดีงามของท้องถิ่นถูกทำลายจนเกือบหมดไป สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนทั้งด้านความรู้ และทักษะทางการเกษตร ตลอดจนการปลูกฝังทัศนคติที่ดี มีความอดทน เห็นคุณค่าของการทำงานเกษตร ความรู้ที่ได้สามารถนำไปใช้ในการผลิตอาหารสำหรับบริโภคในครัวเรือน ซึ่งเป็นการช่วยลดรายจ่ายของครัวเรือนได้
นอกเหนือจากอาชีพการเกษตรแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารียังทรง
เห็นว่าการงานพื้นฐานอาชีพอื่นๆ เช่น การประกอบอาหาร การแปรรูปถนอมอาหาร การเพาะขยายพันธุ์
ไม้ พันธุ์สัตว์ ศิลปหัตถกรรม การตัดเย็บเสื้อผ้า งานก่อสร้าง ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า งานซ่อมแซมเครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ภายในครัวเรือน ก็เป็นพื้นฐานที่จะเป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวันของเด็กและเยาวชนด้วย และเป็นฐานสำหรับการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนทักษะต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ยังทรงเน้นถึงการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนสามารถช่วยเหลือตนเองได้ รวมทั้งช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และรู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม โดยใช้หลักการสหกรณ์ พร้อมทั้งการฝึกการทำงานร่วมกันอย่างมีระบบและ
แบบแผน การจดบันทึก การจัดทำบัญชีเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้
เป้าหมาย
๑. เด็กและเยาวชนทุกคนมีความรู้และทักษะพื้นฐานทางการเกษตรยั่งยืนในการผลิตอาหาร
เพื่อการบริโภค และทางด้านอาชีพที่จำเป็นในการดำรงชีวิต
๒. เด็กและเยาวชนทุกคนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักการและอุดมการณ์สหกรณ์
กรอบการดำเนินงาน
๑. จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และเจตคติในการทำเกษตรยั่งยืนของ
เด็กและเยาวชน ผลผลิตที่ได้สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารกลางวัน
ของโรงเรียน และส่งเสริมการขยายผลสู่ครัวเรือนในพื้นที่ที่มีความพร้อม
๒. จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะในการจัดการการผลิต และการจัดการผลผลิตอย่าง
มีประสิทธิภาพ
๓. จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และเจตคติในงานอาชีพที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน
๔. จัดกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมที่เน้นการปลูกฝังลักษณะนิสัยการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามอุดมการณ์สหกรณ์
๕. จัดกิจกรรมสหกรณ์ ได้แก่ กิจกรรมร้านค้า กิจกรรมออมทรัพย์ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะเบื้องต้นของเด็กทางด้านสหกรณ์
วัตถุประสงค์ที่ ๕ ปลูกฝังจิตสำนึกและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สถานการณ์ความขาดแคลนและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมี
แนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชาชน ดังจะเห็นได้จาก พื้นที่ป่าลดลง การขาดแคลนน้ำในระดับรุนแรง แต่ยังมีน้ำหลากท่วมเป็นประจำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม
ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ถูกชะล้างพังทลาย ระบบนิเวศเสียสมดุล และความหลากหลายทางชีวภาพ
ลดลง เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยและทรงเห็นถึงความจำเป็น
อย่างยิ่งที่จะต้องเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คืนสู่สมดุลโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า พื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่เขตป่าสงวน
ดังนั้นหากเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นพลังสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่การใช้ทรัพยากรของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพได้มีประสบการณ์ตรงจากสภาพที่เป็นจริงของท้องถิ่น ก็จะช่วยในการฟื้นฟูและรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานของประเทศให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไปได้
เป้าหมาย
๑. เด็กและเยาวชนทุกคนมีความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผลกระทบของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อการ
ดำรงชีวิต
๒. เด็กและเยาวชนทุกคนมีลักษณะนิสัยในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้
อยู่ในสภาพที่ดี และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
กรอบการดำเนินงาน
๑. จัดกระบวนการเรียนรู้โดยเน้นปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่พบในท้องถิ่น
เช่น การใช้พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ป่าถูกทำลาย ไฟป่า ควันพิษ เป็นต้น และการใช้
ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้น้ำ การใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
๒. จัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสภาพแวดล้อมของโรงเรียน
๓. รณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความตระหนักและปลูกฝังจิตสำนึก ความรู้
ความเข้าใจในเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับคนในท้องถิ่น
๔. จัดกระบวนการเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้สำรวจ เก็บข้อมูล วิเคราะห์คุณค่าของความ
หลากหลายทางชีวภาพของท้องถิ่น และจัดเวทีเพื่อให้เด็กเผยแพร่องค์ความรู้และ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน
๕. ส่งเสริมการอนุรักษ์พื้นที่ป่าบริเวณใกล้โรงเรียนเพื่อการเรียนรู้ ตลอดจนการปลูกหญ้าแฝก
เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ
วัตถุประสงค์ที่ ๖ เสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์
และสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นว่าพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนามัก
เป็นชุมชนที่ก่อตั้งมาช้านาน มีความหลากหลายของเชื้อชาติที่มีวัฒนธรรมประเพณี ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่แตกต่างกันและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตน จึงมีพระราชดำริที่จะปลูกฝังเด็กและเยาวชนให้รู้จักรักษาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้ ป้องกันไม่ให้สิ่งที่ดีงามเหล่านี้ถูกละเลยหรือถูกทำลายไปพร้อมๆ กับการพัฒนา และที่สำคัญคือจะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจ และดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมที่ดีงาม
เป้าหมาย
๑. เด็กและเยาวชนทุกคนมีความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน
๒. เด็กและเยาวชนมีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าในมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของ
ท้องถิ่น และมีความรักท้องถิ่น
กรอบการดำเนินงาน
๑. ทำการสำรวจ เก็บข้อมูล บันทึก วิเคราะห์คุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
๒. จัดกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับ ภาษาท้องถิ่น วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
๓. จัดเวทีให้เด็กและเยาวชนได้เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ร่วมกัน
๔. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญา
ท้องถิ่น เช่น วันสำคัญทางประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น การแต่งกาย วัฒนธรรมทางอาหาร
โภชนาการ ดนตรี การแสดง กีฬา นิทานท้องถิ่น ภาษาท้องถิ่น พืชสมุนไพร พืชสีย้อมผ้า
เป็นต้น


การนำแผนสู่การปฏิบัติ

แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี ฉบับที่ ๔ นี้ ได้จัดทำเป็นแผนระยะยาว ๑๐ ปี เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานและการสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ที่มุ่งสู่การเสริมสร้างพลังและความเข้มแข็งให้กับเด็กและเยาวชน ให้สามารถดูแลและพัฒนาตนเองได้อย่างสมดุลกันทั้งทางร่างกาย จริยธรรมคุณธรรม และความรอบรู้ เพื่อนำแผนฯ ไปสู่การปฏิบัติและผลักดันให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายตามพระราชประสงค์ โดยการพัฒนาแบบองค์รวมและใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างประหยัดและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการและกรอบการดำเนินงานไว้ดังต่อไปนี้
๑. สร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวพระราชดำริในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่น
ทุรกันดาร วัตถุประสงค์ของการพัฒนา ตลอดจนสาระสำคัญของแผนให้กับผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนในทุกระดับ เพื่อให้มีความเข้าใจที่ชัดเจนและตรงกัน สามารถร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน
๒. สนับสนุนการจัดทำแผนปฏิบัติการของสถานศึกษาโดยเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้าร่วมใน
การพัฒนาแผนด้วย และประสานการจัดทำแผนสนับสนุนของภาคส่วนต่างๆ ให้สนับสนุนซึ่งกันและกัน
อย่างเหมาะสม ขจัดความซ้ำซ้อนของแผน และต้องสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการของสถานศึกษา โดย
ดำเนินการเป็น ๒ ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วง พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๔ และ พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙
๓. ปรับปรุงและพัฒนาระบบการประสานงานให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันกาล
โดยยึดหลักธรรมาภิบาลและมีความโปร่งใส ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องมีจุดมุ่งหมายหลักร่วมกันที่จะ
พัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถพัฒนาตนเองได้ มีภูมิคุ้มกันที่ดี และมีศักยภาพในการ
เผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ มีระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพที่ทุกภาคส่วน
สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ และทุกภาคส่วนมีความคล่องตัวในการปรับบทบาทให้เหมาะสมกับ
สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ซ้ำซ้อนกันแต่สามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้
โครงสร้างในการประสานงานประกอบด้วย
ภาครัฐ
ส่วนกลาง ทำหน้าที่ประสานและอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล
ชุมชน ดำเนินกิจกรรมตามแผน รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณและวิชาการ

ส่วนพื้นที่ (ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล) ทำหน้าที่ประสานแผนและงบประมาณระหว่าง
หน่วยงานส่วนกลางและสถานศึกษา นิเทศติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษา
สถานศึกษา ประสานการปฏิบัติงานกับหน่วยงานในพื้นที่
ภาคเอกชน
สนับสนุน ให้การช่วยเหลือ ถ่ายทอดประสบการณ์ เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนา
ภาคชุมชนสร้างความตระหนักและทัศนคติที่ดีในการมีส่วนร่วมในการพัฒนา ความเป็นเจ้าของและความรับผิดชอบต่อสถานศึกษา ร่วมจัดทำแผนปฏิบัติงานของสถานศึกษา ร่วมกิจกรรมพัฒนาของสถานศึกษา สนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานของสถานศึกษา ทั้งนี้เพื่อการพึ่งตนเองในการพัฒนาได้ในอนาคต
๔. ปรับปรุงและพัฒนาระบบติดตามและประเมินผล พัฒนาตัวชี้วัดและเครื่องมือวัดที่
เหมาะสม พัฒนาระบบสารสนเทศโครงการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารสำหรับนำมาใช้ในการปฏิบัติงาน ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่สามารถติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และจัดทำสรุปผลการดำเนินงานประจำปี จัดให้มีการสุ่มสำรวจและประเมินผลการดำเนินงานตามสภาพที่เป็นจริงของแต่ละสถานศึกษาเป็นระยะ อย่างน้อย
๒ ครั้งคือ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และปี พ.ศ. ๒๕๕๙ และเผยแพร่ผลการประเมินให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
๕. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในทุกระดับ เพื่อ
เปิดโลกทัศน์ เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ และพัฒนาขีดความสามารถด้านต่างๆ ทั้งในรูปของการ
ศึกษาเพื่อเพิ่มคุณวุฒิ การฝึกอบรมระยะยาว การฝึกอบรมระยะสั้น การศึกษาดูงาน การร่วมประชุมวิชา
การ และการจัดบุคลากรเข้าปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของสถานศึกษาและพัฒนาบุคลากรให้ตรงตามภาระหน้าที่ อีกทั้งจะต้องสนับสนุนการเตรียมบุคลากรให้พร้อมในการถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับพื้นที่อื่นภายในประเทศ หรือประเทศอื่นที่ขอพระราชทานความช่วยเหลือ
๖. กำหนดนโยบายและมาตรการในการธำรงรักษาบุคลากรที่ปฏิบัติงานในทุกส่วนในทุก
ระดับ และสามารถนำสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมได้อย่างรวดเร็ว
๗. ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้และการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไป
ใช้ประโยชน์ทั้งในการพัฒนาเด็กและเยาวชน การจัดกระบวนการเรียนรู้ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดย
สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทำงานวิจัยและพัฒนาจากงานประจำ และครูในสถานศึกษาดำเนินงานวิจัยในชั้นเรียน และต้องมีการสนับสนุนจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ
๘. กำหนดแนวทางในการถ่ายโอนสถานศึกษาที่ชัดเจน ทั้งในกรณีของการถ่ายโอน
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนให้กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการถ่ายโอนให้
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อไม่ให้เด็กขาดโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้
หน่วยงานที่รับการถ่ายโอนสามารถสานต่องานพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ
ได้ภายหลังจากการมอบโอนแล้ว

โครงการพระราชดำริโรงเรียนบ้านเปียงซ้อ

1.โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยของเด็กและเยาวชนเริ่มตั้งแต่ในครรภ์มารดา
2. โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน
3. โครงการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการเรียนรู้ทางวิชาการ
4. โครงการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนทางการอาชีพ
5. โครงการปลูกฝังจิตสำนึกและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
6. โครงการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น










Admin เมื่อ June 23 2010 13:45:39 0คำติ-ชม · 72 อ่านแล้ว · ปริ้นท์
ติ-ชม-เสนอแนะ
ยังไม่มีคำเสนอแนะ ติ ชม
ติชม เสนอแนะ
โปรดล็อกอินก่อน แสดงความคิดเห็น
แบบสำรวจ
ยังไม่มีเนื้อหา
ฝากข้อความ
คุณต้องล็อกอินก่อน

Admin
31/08/2010 21:16
หนูอยากเรียนหนังสือ...ครู
ใหม่มาเร็วๆๆนะครับ..รอมาน
านแล้วครับ..


Admin
31/08/2010 21:12
เหลือข้าราชการ 5 คน นักเรียน 210 คน เปิดถึง ม.2แล้วครับ...

Admin
31/08/2010 21:11
ครูสงวนครูเก่า 12 ปี ที่เปียงซ้อ ไปช่วยราชการที่ สพท.แพร่ 1แล้วครับ

Admin
31/08/2010 21:08
โรงเรียนกำลังต้องครู...ว่
าง 3 ตำแหน่งครับ..


Admin
31/08/2010 21:07
เลือกบรรจุที่ เปียงซ้อนะครับ....

ข้อความทั้งหมด
กระดานข่าว
กระทู้ใหม่
ยังไม่มีเนื้อหา
ยอดนิยม
ยังไม่มีเนื้อหา
www.piengsor.org
เว็บไซต์เพื่อเผยแพร่กิจกรรมข่าวสารของ
โรงเรียนบ้านเปียงซ้อ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 2
054-760106(รร.) 089-2772941(ผอ.) E-mail : joe_pornchai@hotmail.com
กองทุนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านเปียงซ้อ
เลขที่บัญชี 05-3903-20-091632-8 04 051